เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปโดยเฉพาะยุคที่ออนไลน์เข้ามามีบทบาท กับธุรกิจและชีวิตประจำวันในปัจจุบันนี้ สิ่งจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเครื่องมือ สำหรับการสร้างการรับรู้จากเราสู่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ สื่้อโซเชียลต่างๆ และเหล่าบันดาแอปพลิเคชัน แต่ในครั้งจะขอนำเรื่องเกี่ยวกับทูลที่ใช้งานอับดับต้นมา มาเปรียบเทียบความแตกดต่างกันเพื่อนำเสนอนั้นคือ เว็บไซต์ (Website) กับเฟสบุ๊ค (facebook)

เว็บไซต์ (Website)  ใช้สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของ บุคคล บริษัท องค์กร แต่ละเว็บไซต์มีชื่อเฉพาะตัวของตัวเอง เปรียบเสมือนนามบัตร ในรูปแบบ Domain Name เช่น  facebook.com , google.com ,yimsiam.net  เพื่อทำ Content เผยแพร่ให้กับ บุคคลทั่วไปบนโลกอินเตอร์เน็ตได้รับรู้ว่าเราทำอะไร  บริการอะไร หรือขายอะไร

Facebook Page เป็นส่วนหนึ่งของ Facebook ซึ่งเป็น Social Media ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ใช้ราว 2,000 ล้าน บัญชี ในไทยมีใช้ราว 45 ล้านบัญชี ใช้สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของบุคคล บริษัท องค์กรใดๆ สร้าง Facebook Page ได้หมด อยู่ภายใต้การกำกับของ Facebook การเผยแพร่ข่าวสารบน Facebook Page จึงเผยแพร่สู่ผู้ใช้งาน Facebook เป็นหลัก

การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ การตลาดออนไลน์ ควรใช้ เว็บไซต์เป็นหลัก เสริมด้วย Facebook Page หรือ platform อื่นๆ  เช่น Twitte ,Instagram ,Tiktok เพื่อดึง Traffic หรือ คนเข้าเว็บไซต์ ที่มีการจัดระเบียบเนื้อหาเป็นอย่างดีได้ และ เว็บไซต์เองถ้าทำ SEO ได้แล้วก็สามารถดึงคน หรือลูกค้ามาพูดคุยกันที่ Facebook Page ได้

ซึ่งเว็บไซต์ช่วยให้ Facebook Page ของเราน่าเชื่อถือมากขึ้นกว่า Page ที่ไม่มีเว็บไซต์รองรับด้วย และสุดท้าย เพื่อพัฒนาไปสู่ web stand alone การเริ่มต้น อาจเริ่มสร้าง Facebook Page เพราะง่ายเร็วฟรีแล้วค่อยๆ สร้างเว็บไซต์ตามมา แล้วส่งผู้ติดตามจาก Facebook Page เข้ามาเว็บไซต์โดยโพสลิงค์ให้เข้าไปอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ต่อไป

เมื่อเวลาผ่านไป Search Engine อย่าง Google ได้เก็บข้อมูล และ จัดอันดับเว็บไซต์ เราจากการทำ SEO เว็บเราก็จะถูกจัดอันดับที่สูงขึ้นได้ในเรื่องที่คนหนึ่งคนค้นหา  ผู้คนจะหาเว็บไซต์ของเราเจอได้ง่ายขึ้น และมีการเข้าไปใช้ Facebook Page ของเราเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมกัน แต่เว็บไซต์เป็นฐานหลักเพื่อความสำเร็จในธุรกิจของเรา ควรมีทุกอย่าง เท่าที่จะสรรหามาได้

เราควรใช้ Facebook แทน Website หรือไม่? เฟซบุ๊กเป็นเว็บไซต์หนึ่ง ที่ให้บริการฟรี ในแบบสังคมออนไลน์ (Social Platform Online ) และหลายคนใช้ Facebook แทนหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง

ความน่าเชื่อถือ facebook ไม่มีความเป็นทางการ เป็นการตัวตนบนโลกออนไลน์ ซึ่งเหมาะกับการทำการตลาด เฟซบุ๊กเพจ แต่อย่าลืมจะถูกปิดบัญชีเมื่อไรก็ได้ โดยการถูกแบน ถูกบล๊อค หรือ ถูกรีพอทจากผู้ไม่หวังดี ศรัตรูทางธุรกิจ และการหลอกลวงทำได้ง่าย รับเงินแล้วก็บล๊อก หรือ ปิดเพจหนีไป ติดตามยาก

ความไม่แน่นอน Facebook เปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน เปลียนอัลกอลิทึม เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ อาจกระทบต่อเพจ การโดนแบน Fan Page , Facebook profile ทำให้ Fan Page ของเราจะหายไปในทันที ธุรกิจของคุณทุกอย่างบนเฟซบุ๊กจบลง ร้านถูกปิด เหมือนโดนไล่ที่ ไล่ออก ต้องไปหาที่ค้าขายใหม่ บอกลูกค้าใหม่ ว่าย้ายไปไหน และในช่วงแรกต้องเริ่มต้นใหม่ แต่หากใช้เว็บไซต์เป็นฐานหลักในโลกออนไลน์ สถานการณ์จะต่างออกไป ลูกค้าจะยังอยู่กับเรา เพียงแค่เราหาแฟลตฟอร์มอื่นที่เป็นโซเชียล หรือสร้าง  Facebook Fan Page ใหม่เพื่อทำตลาดต่อไป

ความสะดวกในการใช้งาน facebook ต้อง Login ก่อนจึงจะแสดงข้อมูล ไม่สะดวกกับคนที่ไม่ชำนาญ คนที่ไม่มีเฟสบุ๊กการจัดการบน Facebook ให้เป็นไปตามความต้องการค่อนข้างยาก การเข้าไปในเมนูต่างๆ เพื่อตั้งค่า มีความซับซ้อน บริหารจัดการเนื้อหายาก เช่น การแยกหมวดหมู่สินค้า การจัดการโปรโมชั่น การทำไฮไลท์ ไม่มีระบบจัดการการรวมข้อมูลเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เข้าถึงง่าย แต่เป็นการเลื่อนลงมาแทน ถามตัวเราเอง เวลาเราเข้าไปในเพจจะเลื่อนดูโพสท์อย่างมากกี่โพสท์ แล้วเจออะไร?  แล้ววันหน้าจะเข้ามาอีกไหม? ต้องการดูสินค้าทำอย่างไร นอกจากต้องถามแอดมินเพจ

การค้นหาข้อมูลทำได้ยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อลูกค้าหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ ก็จะไปค้นหาที่ๆหาได้ง่ายกว่า แต่การจัดทำเว็บไซต์ ขึ้นมาเอง มีการจัดเป็นหมวดหมู่ ค้นหาง่ายตรงตามต้องการ ค้นในเว็บไซต์ของเรา ดึงข้อมูลเฉพาะของเราคนเดียว เพียงแต่การมีเว็บไซต์จะต้อง จ่ายค่าจดโดเมนเนม และ เช่าโฮสติ้ง แล้วทำเว็บไซต์ ซึ่งสมัยนี้ค่อนข้างง่าย เพื่อติดตั้งโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ เช่น cms ต่างๆ ที่ต้องการก็ใช้ได้แล้ว 

การบริหารจัดการ Facebook เหมาะกับการทำตลาด และ ส่งข้อมูลทาง Personal Message แต่ เว็บไซต์จะมีระบบจัดการหลังบ้าน ที่ทำได้ได้ง่ายกว่า เช่น ขายเป็นร้านออนไลน์ ส่งข่าวสารแจ้งลูกค้าได้ง่าย การติดตาม อัพเดทสินค้าที่ลูกค้าได้สั่งซื้อไป ลูกค้าพียงเข้ามาในระบบ แล้วติดตามสถานะสินค้า

การที่ลูกค้าเข้ามาใน Facebook แล้วจะหาเจอในสิ่งที่ต้องการไม่ใช่เรื่องง่ายใน Facebook นั้นการที่จะทำเมนู สินค้ายอดนิยม, สินค้ามาใหม่,แยกหมวดของสินค้า, วิธีการ สั่งซื้อ, ให้เป็นระเบียบเพื่อให้ลูกค้าหาสิ่งที่ต้องการเจอทำได้ค่อนข้างยาก  อย่างไรก็ตามเรานำ Facebook มาใช้งานร่วมกันใช้ควบคู่กับเว็บไซต์เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางทางการคลาด

ถามเว็บไซต์จำเป็นไหม? จำเป็นมาก มันเป็นฐานธุรกิจหลัก สำหรับธุรกิจในโลกออนไลน์ เปรียบเสมือนบ้านหลัก ฐานทัพหลัก หรือยานแม่ ส่วนแฟลตฟอร์มต่างๆ เช่น facebook youtube twitter tiktok line  และอื่นๆ  เอาไว้เสริมการทำตลาด ส่งทราฟฟิกเข้าเว็บไซต์หลักของเรา จุดเด่นของ facebook คือ การตลาด

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ Google และ facebook เป็น platform ที่ใช้งานหลักในการทำตลาดที่นิยมมาก facebook โดดเด่น เรื่องการแชร์ การยิงแอด การเข้าถึง การทำตลาด

Google โดดเด่น เรื่องการโฆษณาผ่านระบบ Adword ค้นจาก keyword ผ่านระบบค้นหา ในหน้า google.com และ สามารถทำ SEO ให้อันดับเว็บไซต์ของเราขึ้นสู่อันดับต้นๆ โดยไม่ต้องจ่ายโฆษณาอีกต่อไป

การใช้งาน facebook และ เว็บไซต์
บางคนหันไปใช้ Facebook fan page ในการอัพเดทเรื่องต่างๆ และใช้เว็บไซต์โชว์สินค้า และรายละเอียดข้อมูลต่างๆ และในเว็บไซต์จะจัดทำให้เข้าใจง่าย ตัดส่วนที่ไม่จำเป็น (ที่คุณไม่ได้ใช้มัน) ทิ้งไป เช่น หน้า Discussion หน้า Review  ซึ่งขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ของแต่ละธุรกิจ

เพจเฟสบุ๊กเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ยอดเยี่ยมในการเริ่มต้น เมื่อเรากำลังสร้าง หรือกำลังพัฒนาเว็บไซต์ของเราอยู่ การใช้เพจเฟสบุคยังช่วยในเรื่อง SEO ด้วย เช่น Social mention ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อ SEO ของเว็บไซต์เรา

ต้องคอยใส่ใจอยู่เสมอ อัพเดทอยู่สม่ำเสมอ ฉลาดในการปรับปรุงพัฒนาเพจ ตอบกลับคอมเมนท์จากผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อการคอมเม้นในการด่าทอเรา ส่วนเรื่องความปลอดภัย เพียงแค่ตั้งพาสเวิร์ดให้แข็งแรง และไม่ต้องกังวลในเรื่อง SEO และการทำให้ไซต์ของเราถูกค้นเจอจากการหาโดยการใช้คีย์เวิร์ดในตลาดอีกด้วย เพราะจะเป็นเรื่องของการได้รับความนิยมและยอด follow แต่ก็ถูกจำกัดมากขึ้น

ข้อเสียของการใช้เพจเฟสบุคแทนเว็บไซต์ในการเข้าถึงลูกค้า  ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง จึงไม่ควรให้ใช้เพจเฟสบุคเพียงอย่างเดียว การมีแค่เพจเฟสบุคเพียงอย่างเดียวจะทำให้เราเสียตลาดใหญ่ที่มีลูกค้าทรงประสิทธิภาพหรือลูกค้าผู้มีศักยภาพสูงๆ ไป เราจำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและควบคุม SEO ของบริษัทเราเองได้ และการทำคอนเทนท์มีประโยชน์มากสำหรับบริษัทที่เป็น Web Based Marketing เมื่อเราใช้เวลาในการสร้างคอนเทนท์ดีๆ ขึ้นมาสักชิ้น จงแน่ใจว่าเราได้แสดงมันไว้ในเว็บไซต์หลักของเรา แล้วเราจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอย่างถึงที่สุด

เฟสบุคก็วางแผนที่จะจำกัดการใช้งานของเพจเล็ก ( ที่มีแฟนเพจไม่ถึง 10,000 คน) จากการเข้าถึงของผู้ใช้คนใหม่ๆ แล้ว ซึ่งมันก็เหมือนเป็นการตบหน้าเจ้าของธุรกิจ sme หรือธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างฐานลูกค้า ซึ่งความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเรายังไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ถ้าเรายังใช้สื่อในการโฆษณาด้วย Social Network ที่สามารถใช้งานกันได้อย่างฟรีๆ กับเส้นทางอาชีพของเรา ไม่มีอะไรสามารถการันตีได้เลย จำไว้ว่า เรากำลังยืมจมูกของคนอื่นหายใจอยู่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะให้ยืมไปจนถึงเมื่อไร  แถมการยิง Ads ราคาก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดนจำกัดกฎเกณฑ์หลายอย่าง ไม่ให้ Ads ของเราผ่านตามที่คาดหวัง

นอกจากนี้สิ่งที่ปรากฎให้ผู้ใช้หลายคนเห็น ก็ยังไม่ใช่แค่เราคนเดียว ดูสิ นั่นคือโฆษณาของคู่แข่งของคุณโผล่เข้ามาอีกแล้ว! เฟสบุคจะลงโฆษณาไว้แถบด้านขวาของเพจ ซึ่งถ้าคู่แข่งของเราจ่ายมันไปกับสิ่งนี้ ผู้ใช้ของเราก็อาจเอนเอียงไปหาพวกเขาได้ เราจึงต้องมีเว็บไซต์เพื่อเป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์เช่นกัน

แนะนำให้ใช้เพจเฟสบุคกับเว็บไซต์ เพื่อสนับสนุนกันและกัน ดังนี้
ถ้าเป้าหมายของเราคือการโปรโมทอีเวนท์หนึ่งๆ เพจเฟสบุคก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ เราจะได้มีฟังก์ชั่นปฏิทินในการกระตุ้น RSVPs และใช้ฟังก์ชั่นการแชร์ การ follow up, แกลลอรี่รูปภาพ และวีดีโอก็เป็นสิ่งที่ล้วนมีส่วนช่วยทำให้อีเวนท์นั้นๆ น่าไป และน่าติดตามมากขึ้น

หากเรามีแคมเปญหรือโปรเจคใหม่ๆ ที่ไม่ได้เป็นตัวหลักขององค์กร เราอาจไม่ต้องการสร้างเว็บไซต์อีกตัวขึ้นมาเพื่อรองรับมัน ซึ่งเพจเฟสบุคก็เป็นตัวช่วยที่ดีในเรื่องนี้ได้ เราไม่จำเป็นต้องพัฒนาหรือปรับปรุงเว็บเดิมเพื่อรองรับ เพราะมันอาจมีข้อมูลหรือเจาะตลาดที่แตกต่างไปจากเว็บเดิมของเรา ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวก็สามารถนำมาลงไว้ที่ เพจเฟสบุค หลักได้ โดยที่ยังสามารถสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าของเราได้เช่นเดียวกัน

ถ้าเป้าหมายของเราคือไม่ต้องการสร้างตัวตนในตลาดอย่างจริงจัง ไม่จำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือมากนักเพื่อเจาะตลาดกลุ่มใหญ่ เพจเฟสบุคก็เป็นทางออกที่ดี ในการที่จะไม่ต้องยุ่งวุ่นวานกับการสร้างเว็บไซต์จริงจังอย่างที่กล่าวไปในข้อดีของมัน

ทำไมต้องมีเว็บไซต์ ในเมื่อมี facebook แล้ว เอาเงินทำเว็บไซต์ไปโปรโมทเพจไม่ดีกว่าเหรอ  และเหตุใดเราจึงมีความจำเป็นต้องมีเว็บไซต์  ตราบเท่าที่ผู้คนยังคงค้นหาสิ่งที่ต้องการ จากการ Search บน Search engine อย่าง Google เว็บไซต์ก็ยังมีความจำเป็น การทำการตลาดออนไลน์ จึงควรทำทั้งฟากของ facebook และ google

ตัวเว็บไซต์ทำหน้าที่ ดึงผู้คนที่ไม่ได้เล่น Facebook ให้เจอเว็บของเรา เป็น organic traffic คือคนที่ค้นหาข้อมูลที่ต้องการในหน้า Google แล้วมาเจอเว็บเรา แล้วสนใจและติดตามเว็บเรา เป็น ทราฟฟิกธรรมชาติ ซึ่งถ้าทำ SEO ดีๆ เว็บไซต์จะติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของ google ซึ่งจะเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ของเราอีกมหาศาล  ทราฟฟิกแบบนี้ มีค่ามากกว่าทราฟฟิกบน Facebook ค่อนข้างมาก

เพราะการที่คนค้นหา หมายถึง กำลังต้องการ  (แต่เฟสบุ๊กแค่โชว์ไปที่กลุ่มที่เราตั้งเงื่อนไข) และ เมื่อเขาได้เจอเว็บเรา และถูกใจ ก็จะเป็นแฟนในเว็บของเราเอง ความหมายเดียวกับ แฟนเพจที่ติดตามเพจ แต่เขาจะจดจำชื่อเว็บไซต์ของเราแทน แล้ววันหน้าเขาจะเข้ามาดูโดยพิมพ์ชื่อเว็บไซต์เรา เข้าโดยตรงเลย โดยไม่ผ่านกูเกิ้ล ซึ่งนั่นจะทำให้เว็บไซต์ของเราเป็น เว็บ stand alone คือ เข้าไปใช้ได้เลย เหมือนเวลาคุณเข้าไปใช้งานเว็บต่างๆ คุณก็แค่พิมพ์เว็บไซต์เหล่านั้น และคนที่เข้ามามีตัวตนจริงๆ อย่างแน่นอน มีโอกาสที่จะขายได้จริงๆ สูงมากกว่า ที่จะไปเสียเงินเพิ่ม LIKE ใน Facebook อีก ยังไม่นับรวมข้อดีอีกอย่างที่เราสามารถนำเว็บไซต์เราไปหารายได้เพิ่มจากการเเสดงโฆษณาของ google อย่าง google adsend

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here