โลกเราเปลี่ยนแปลงเกิดเป็นวิวัฒนาการกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ จุดที่เราประกาศให้วันที่ 30 เม.ย.ของทุกปีเป็น ‘วันชานมไข่มุกแห่งชาติ’ โดย ‘Kung Fu Tea’ แบรนด์เครื่องดื่มประเภทชามีสาขามากกว่า 150 แห่งทั่วโลกเป็นผู้สถาปนาวันดังกล่าวขึ้น

ในวันนี้อยากพาทุกคนมาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของ ‘ชานมไข่มุก’ ด้วยกัน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่า ชานมไข่มุก มีต้นกำเนิดมาจาก ‘ไต้หวัน’ แต่มันก็น่าสงสัยว่า เม็ดดำๆ กลมๆ ที่หนึบหนับนี้ จริงๆ แล้วมันเกิดเป็นตำนานได้อย่างไร? ที่สำคัญตอนนี้นั่งอยู่ในใจคนกว่าครึ่งโลกเพราะอะไร?

ชาวไต้หวัน หลงใหลใน ‘รสชาติชา’ อยู่แล้ว

ในสมัยก่อนชาวไต้หวันมีความหลงใหลและหมกมุ่นอยู่กับ ‘การชงชา’ ในทุกมื้ออาหาร และชื่นชอบที่จะลองชารสชาติใหม่ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างและเกิดขึ้นก่อนปี 1980 ก็คือ ชาวไต้หวันไม่นิยมดื่มชาเย็น หรือชาที่ใส่น้ำแข็ง เพราะคนไต้หวันในสมัยนั้นจะดื่มแต่ชาร้อนเท่านั้น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เข้ามาพร้อมกับชาวจีนอพยพ

‘ชานมไข่มุก’ เกิดจากความบังเอิญ

ชานมไข่มุกนั้น มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน ชานมไข่มุก หรือที่ไต้หวันเรียกกันว่า Boba Tea นั้น จริงๆ แล้ว เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญล้วนๆ โดยแต่เดิมแล้วคนไต้หวันชอบทานขนมเฟิ่นเหยียน Fen Yuan (เหมือนขนมโมจิญี่ปุ่นในปัจจุบัน) ขนมเฟิ่นเหยียน Fen Yuan ซึ่งทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง ก็จะคล้ายๆ กับตัวไข่มุก แต่จะไม่หนึบเหมือนไข่มุกที่ใส่ชานม อย่างไรก็ตาม ก่อนปี 1980 ชาวไต้หวันยังไม่นิยมดื่มชาเย็น เพราะคนไต้หวันสมัยก่อนจะดื่มแต่ชาร้อน ที่มีวัฒนธรรมมาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาไต้หวัน แต่มีชาวไต้หวันคนหนึ่งได้ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นในปีนั้น และเห็นคนญี่ปุ่นกินกาแฟใส่น้ำแข็ง จึงเกิดไอเดีย และกลับมาเป็นร้านชาเย็นที่ไต้หวันดูบ้าง สรุปว่าขายดีมากทีเดียว แต่ชาเย็นไต้หวันในตอนนั้นยังไม่ใส่ไข่มุก

Ms. Lin Hsiu Hui ภาพจาก CNNGO : Derrick Chang

แต่จริงๆ แล้ว ชานมไข่มุกนั้นเกิดขึ้นในปี 1988 โดยมีวันหนึ่งในขณะที่ชาวไต้หวันคนนั้น (Ms. Lin Hsiu Hui) กำลังประชุมกันในร้านเรื่องของการคิดค้นสูตรชาใหม่ๆ มาขาย เนื่องจากคนเริ่มเบื่อชาสูตรเก่าๆ กันแล้ว ในตอนนั้นเธอกำลังกินขนมหวานที่เรียกว่าเฟิ่นเหยียน Fen Yuan อยู่ ด้วยความนึกสนุก เขาก็เลยเทเฟิ่นเหยียน Fen Yuan ที่กำลังกินอยู่ ลงไปในชานมเย็นที่วางอยู่ในห้องประชุม แล้วเขาก็ลองชิมแล้วรู้สึกอร่อยดี เลยนำเสนอให้ทุกคนลองชิมดูและก็ได้สูตรใหม่ออกมาเป็น “ชานมไข่มุก”

ด้วยการทำไปแบบเล่นๆ แต่ผลที่ได้มันกลับอร่อย ทุกคนในห้องประชุมชอบชาไข่มุกแก้วนั้น และเมื่อนำออกมาขายภายในร้าน Chun Shui Tang Teahouse เมืองไถจง เครื่องดื่มเมนูชานมไข่มุกก็ทำยอดขายถล่มทลาย แซงหน้าทุกเมนูที่เคยมีมาในร้านแห่งนี้ กลายเป็นกระแสไปทั่วไต้หวัน ก่อนที่จะกระจายไปประเทศอื่นๆ กระทั่งเข้ามาในเมืองไทยเมื่อช่วงปี 1990 จนถึงปัจจุบัน

ชานมไข่มุก เครื่องดื่มประจำชาติไต้หวัน
แม้ต่อมากระแสชานมไข่มุกในไต้หวันจะซบเซา เพราะตลาดมีแนวโน้มหันไปบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทน แต่อย่างไรก็ตาม ชานมไข่มุก เริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ตั้งแต่ปี 2016 หลังไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้สิทธิ์หลายประเทศ เข้าไต้หวันได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งหน่วยงานต่างๆ เลือกชานมไข่มุกมาใช้เป็นสินค้าโปรโมต ในฐานะเครื่องดื่มประจำชาติ อีกทั้งแบรนด์ต่างๆ ได้ปรับตัวตามเทรนด์ เช่น สามารถเลือกลดระดับความหวานลงได้ มีรสชาติ และส่วนผสมใหม่ๆ ทำให้ตลาดชานมไข่มุก กลับมาคึกคัก กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของไต้หวัน สร้างงานกว่า 3 แสนตำแหน่งในประเทศไต้หวัน

ภาพจาก bit.ly/31TC0DM

กระแสธุรกิจ ชานมไข่มุก เกิดใหม่ทั่วโลก

วันนี้มีร้านขายชานมไข่มุก อยู่บริเวณเกือบทุกมุมถนนของไต้หวัน เครื่องดื่มชานมไข่มุกได้แผ่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย แล้วต่อจากนั้นไปยังประเทศอื่นๆ ในโลก รวมถึงสหรัฐฯในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 แต่ชานมไข่มุกยังคงเป็นปริศนาสำหรับชาวตะวันตกส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีร้านค้ากว่า 800 แห่งในสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่เน้นที่นิวยอร์กและแคลิฟอร์เนียและร้านค้าต่างๆ ได้รับการตรวจพบในกว่า 30 ประเทศ


‘สหรัฐอเมริกา’ เปิดรับชานมไข่มุกเป็นที่แรกในต่างทวีป
มีรายงานชี้ว่า ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 ชานมไข่มุกเริ่มเป็นที่รู้จักในมลรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐฯ มากขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่มีชาวจีน และไต้หวัน อาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่มลรัฐอื่นๆ เริ่มปรากฏตัวกระแสนี้ขึ้นหลังจากนั้น จากชาวจีนและเวียดนามอพยพ ปัจจุบันมีร้านที่ขายชานมไข่มุกกว่า 800 แห่งในสหรัฐฯ (จากแบรนด์กว่า 30 ประเทศ) ส่วนใหญ่เน้นกลุ่ม target ที่เป็นคนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย และคนเอเชียที่อพยพ และเข้าไปทำงานในสหรัฐฯ

ประเมินว่า ‘ชานมไข่มุก’ จะโตเฉลี่ย 8.5% ช่วงปี 2018-2025
มีงานวิจัยจากเว็บไซต์ dataSpring ชี้ว่า ตลาดทั่วโลกสำหรับชานมไข่มุกมีมูลค่าถึง 1.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 62,799 ล้านบาท) ในปี 2017 ซึ่งมีการประเมินว่า ในระหว่างปี 2018-2025 อัตราการเติบโตของตลาดนี้จะอยู่ที่ 8.5% ซึ่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นตลาดหลักที่ยังเติบโตสูง

โดยข้อมูลของ GrabFood ระบุว่า ในปี 2018 อัตราการเติบโตเฉลี่ยในภูมิภาคสูงถึง 3,000% ซึ่งมี 5 ประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด TOP 5 ได้แก่ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย, เวียดนาม, สิงคโปร์ และ มาเลเซีย

ขณะที่อัตราการบริโภค ‘ไทย’ จัดว่ามีการบริโภคมากที่สุด เฉลี่ย 6 แก้ว/คน/เดือน

 

 

ที่มา : cnntheculturetripwikipediabubbleteasupplycnnd8aspringjw   marketingoops  

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here